บริการตรวจสอบและแก้ไขต้นฉบับบทความวิจัยภาษาอังกฤษ (Manuscript)

  สำหรับนักวิจัยและบุคลากรทุกสาขาวิชาในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

  ที่ต้องการตีพิมพ์ในวารสาร ฐานข้อมูล ISI และ SCOPUS !!! Free !!!

สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่นี่

แบบฟอร์มรายงานความคืบหน้า

สนับสนุนการตีพิมพ์

  

  website การตรวจสอบการคัดลอกผลงานวิจัย : Jane journal /Author Name Estimator 
  หรือ การตรวจสอบการ คัดลอกผลงานทางวิชาการด้วยโปรแกรม : โปรแกรม Turnitin 
  (สำหรับโปรแกรม Turnitin สามารถสอบถามได้ที่คุณศิรินันท์ ศรีอ่อน โทร 074-286988 หรือ 074-286984)

 

      เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา หน่วย Publication Clinic ได้โครงการบรรยาย

         “การเขียนโครงการวิจัยเชิงบูรณาการ” (สายมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์)  

โดยคุณนิตยา พุทธโกษา ผู้อำนวยการกองบริหารแผนและงบประมาณการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

ณ ห้องประชุมพระยาอรรถกระวีสุนทร ชั้น 7   สำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่


สามารถเข้าไปอ่านได้ที่นี่ 


    เมื่อวันที่ 19-20 เมษายน 2561 หน่วย Publication Clinic ได้จัดโครงการ 

   Research Proposal Workshop (สายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์)

โดย รศ.ดร.ลือชัย ศรีเงินยวง คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ณ ห้องประชุมไทรบุรี โรงแรมรอยัลฮิลล์ อ.ละงู จ.สตูล
           


 

 

 

 

   ค่า Impact Factor

            Impact factor คือตัววัดความถี่ของบทความในวารสารโดยเฉลี่ยที่ถูกนําไปอ้างถึงในปีนั้น โดยเปรียบเทียบจํานวนวารสารที่ตีพิมพ์ในวารสารดังกล่าวใน 2 ปี ที่ผ่านมา เช่น Impact factor ปี 2003 ของวารสารกุมารเวชศาสตร์ หมายถึง การกล่าวถึงบทความของวารสารกุมารเวชศาสตร์ ในปี 2001-2002 ที่ถูกนํามาอ้างในปี 2003 จํานวนโดยเฉลี่ยเกิดขึ้นเท่าไร ตัวเลขจะเกิดขึ้นจากจํานวนที่อ้าง หารด้วย จํานวนบทความทั้งหมดในปี 2001-2002

               วารสารที่ดีจะมีค่าimpact factor สูง วารสารที่มี impact factor จะเป็นวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล ISI เท่านั้น

ข้อควรระวังของการใช้ค่า Impact Factor
               ค่า Impact factor เป็นเครื่องมือช่วยในการเปรียบเทียบและจัดอันดับวารสาร เหมาะสำหรับการนำมาใช้ประโยชน์ในการคัดเลือกเพื่อบอกรับวารสารของห้องสมุด และใช้สำหรับนักวิจัยในการคัดเลือกวารสารที่เหมาะสมเพื่อการตีพิมพ์ อย่างไรก็ตาม การนำค่า Impact factor มาใช้ในการประเมินคุณภาพผลงานของนักวิจัยโดยพิจารณาจากคุณภาพของวารสารที่ตีพิมพ์จำเป็นต้องใช้อย่างระมัดระวัง

               การตีพิมพ์ในวารสารที่มีค่า Impact factor สูง ไม่ได้หมายความว่าบทความจะได้รับการอ้างอิงสูงตามไปด้วยในทางกลับกัน บทความอาจได้รับการอ้างอิงสูงแม้ว่าจะตีพิมพ์ในวารสารที่มีค่า Impact factor ต่ำก็เป็นได้ นอกจากนั้นวิธีการคำนวณค่า Impact factor ไม่มีการแยกประเภทของบทความ ดังนั้น วารสารปริทัศน์ (Review journal) หรือวารสารวิจัยที่มีบทความปริทัศน์ (Review article) จำนวนมาก จึงมักได้เปรียบกว่าบทความวิจัยและบทความประเภทอื่นๆ

              ดังนั้น ควรระลึกเสมอว่า ค่า Impact factor มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการประเมินคุณภาพวารสารเท่านั้น หากนำมาใช้ในการประเมินคุณภาพผลงานวิจัย จำเป็นต้องพิจารณาจำนวนการอ้างอิงของบทความนั้นด้วย รวมทั้งใช้การประเมิน จากการอ่านและตรวจสอบคุณภาพของบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิเป็นสำคัญ 

ที่มา : http://www.ams.cmu.ac.th

http://rescom.trf.or.th/display/keydefault.aspx?id_colum=2966


 

  ค่า H-index
        h index, highly-cited index หรือ hirsch index ตั้งตามชื่อของ Prof. Jorge Hirschนักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานดิเอโก ผู้พัฒนาดัชนีนี้ขึ้นในปี 2005 หลักการคือ เราไม่ควรประเมินนักวิจัยโดยดูค่า Impact factor ของวารสารที่ตีพิมพ์อย่างเดียว แต่ควรให้ความสำคัญกับจำนวนการอ้างอิงบทความวิจัยโดยตรงมากกว่าค่า h index คือตัวเลขที่แสดงจำนวนผลงานวิจัยที่มีจำนวนครั้งของการอ้างอิงเท่ากับ หรือมากกว่าจำนวนผลงานวิจัยนั้นๆตัวอย่างเช่น นักวิจัยมีค่า h index = 16 หมายความว่า นักวิจัยมีผลงานวิจัยจำนวน 16 บทความ (จากจำนวนทั้งหมด)ที่ได้รับการอ้างอิง 16 ครั้งหรือมากกว่า เป็นต้น

              ค่า h index สามารถใช้วัดได้ทั้งนักวิจัย กลุ่มวิจัย หน่วยงาน สถาบัน วารสาร และประเทศ สามารถสืบค้นได้จากฐานข้อมูล Web of Science, Scopus, SCImago และ Google Scholarข้อสังเกตคือ ฐานข้อมูลแต่ละแห่งอาจแสดงค่า h index ได้ผลลัพธ์ไม่เท่ากัน ทั้งนี้ขึ้นกับข้อจำกัดของประเภทของสิ่งพิมพ์ จำนวนสิ่งพิมพ์และจำนวนปีพิมพ์ที่ครอบคลุมของแต่ละฐานข้อมูล

ที่มา : http://rescom.trf.or.th/display/keydefault.aspx?id_colum=2994


 

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

วิดีโอแนะนำ